เพื่อนๆ อาจจะเคยได้ยินคำว่า micro 4/3 (อ่านว่า Micro Four Third) กันมาบ้างแล้ว
ก่อนหน้านี้ ผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากเกี่ยวกับเทคโนโลยีพวกนี้ หรอกครับ
เพราะผมไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องพวกนี้มากนัก เพราะมัวแต่ไปจับให้ความสนใจเรื่องศิลปะ มากกว่า
.
.
.
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมจะจัดกลุ่มกล้องเว็บไซต์แห่งนี้ ให้ชัดเจนขึ้น
จึงได้ไปรวบรวมข้อมูล ว่า จริงๆ แล้ว ณ ตลาดตอนนี้ กล้องประเภทคอมแพคมีกี่ประเภท สุดท้ายจึงสรุปได้ว่ามี 3 ประเภท ณ ตอนนี้ (ประเภทต่างๆ ผมอุปโลกตั้งชื่อขึ้นมาเองนะครับ เอาไปอ้างอิง เชิงวิชาการไม่ได้นะครับ)
1.กล้องคอมแพคอัตโนมัติ
กดถ่าย จัดองค์ประกอบภาพอย่างเดียว ที่เหลือกล้องคำนวณและทำให้ทั้งหมด
2.กล้องคอมแพคกึ่งอัตโนมัติ
นอกจะมีโหมดอัตโนมัติเหมือนกล้องคอมแพคแบบที่ 1 แล้ว ยังเพิ่มฟังก์ชั่น ให้เราปรับแต่งค่าอื่นๆ ได้เองอีกด้วย เช่น ค่ารูรับแสง ค่าความเร็วชัตเตอร์ ฯลฯ
3.กล้องคอมแพคระบบ micro 4/3 เปลี่ยนเลนส์ได้
เป็นกล้องคอมแพคที่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ทำให้ได้ภาพที่มีความหลากหลายมากขึ้น และภาพมีคุณภาพเทียบเท่ากล้อง dslr ได้ในระดับหนึ่ง
วันนี้เราจะมาพูดเรื่องนี้กัน

เอาที่ผมได้อ่านและเรียนรู้มา และทำความเข้าใจก่อนนะครับ ไม่รู้ว่าถูกผิดมากแค่ไหน ยังไงก็เขามาคุยเรื่องนี้กันได้นะครับ
micro 4/3 มันพัฒนามาจาก 4/3 ของกล้อง dslr โดยได้ทำการถอดกระจกสะท้อนภาพ(Mirror box)ออก ทำให้ตัวกล้องมีขนาดเล็กลง และให้มันส่งตรงไปยัง image sensor โดยตรง เพราะฉะนั้น ภาพที่เราเห็นในจอ LCD คือภาพจริงๆ ที่เราจะได้ ซึ่งต่างจากกล้อง dslr ทีสะท้อนผ่านกระจก เพราะเวลาปรับแต่งค่าต่างๆ อย่างเช่น ชดเชยแสง WB เราจะไม่ได้เห็นผลลัพธ์ของภาพที่ได้แท้จริง จนกว่าจะกดชัตเตอร์ออกมา จึงจะรู้ว่า สิ่งที่ปรับแต่งนั้นมันเป็นยังไง
อ่านรายละเอียดต่างๆ เรื่องพวกนี้อีกที ที่ link เหล่านี้ล่ะกันนะครับ เพราะเขาเขียนเอาไว้ได้ดีเลยทีเดียว
http://youtham.multiply.com/journal/item/7/7http://winphonezone.in.th/blogs/article/archive/2008/09/20/panasonic-olympus-micro-4-3.aspxดีใจครับ ที่ความฝันของผมสมัยก่อน ได้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างเสียที คือ ไม่ชอบแบกอะไรหนักๆ แต่อยากได้กล้องคอมแพค ที่เปลี่ยนเลนส์ได้ และคุณภาพ ใกล้เคียงกับ dslr ซึ่งตอนนี้ เทคโนโลยีเหล่านี้ มันก็ได้มีตัวตนขึ้นมาแล้ว เสียอย่างเดียวเท่านั้น มันยังราคาสูงพอสมควร ถ้าราคามันตกลงมาถึงหมื่นกลางๆ หรือปลายๆ อาจจะทำให้กล้องเหล่านี้ ตีตลาดคนซื้อได้กว้างมากขึ้น
เพราะเอาจริงๆแล้ว ก็คงมีคนคิดเหมือนผมหลายคนเหมือนกัน คือไม่อยากแบกกล้องหนักๆไปไหนต่อไหน เพราะมันทรมาน และเหนื่อยเหลือเกิน แถมยังกินแรงคนที่ขี้ร้อนแบบผมเสียอีก
ใครไปอ่านและได้รู้อะไรดีๆมาของเทคโนโลยีตัวนี้มา มาเล่าสู่กันฟังด้วยเน้อ