ทำความเข้าใจ DPI ฉบับบ้านๆ

(1/7) > >>

sharingstory:
เท่าที่ผมไปศึกษาเรื่องพวกนี้มา ผมพอจะสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ

DPI ถ้าพลิกเปิดตามตำราแล้ว มาจากคำว่า dot per inch

แล้วเจ้า DPI ตัวนี้ เอาไว้ทำ ให้เราทราบถึงอัตราส่วนย่อขยายของภาพที่เราจะส่ง ผ่านไปสู่เครื่องปรินต์เตอร์ เพื่อพิมพ์ชิ้นงานออกมา
หากเพื่อนๆ ไม่ได้เอาภาพถ่ายไปใช้ Print งาน ต่างๆ ก็ไม่ต้องสนใจ เรื่องพวกนี้ก็ได้ครับ
.
.
.
แต่ถ้าหากเพื่อนๆ ต้องนำภาพไป print ภาพขนาดใหญ่แปะฝาบ้าน อันนั้น ค่า DPI เริ่มมีผลข้างเคียงต่อชีวิตเพื่อนๆแล้วล่ะครับ  ที่เราควรรับรู้เอาไว้แล้วครับ
แต่ถ้าเพื่อนๆ  print ภาพขนาดจัมโบ้ 4 x 6 นิ้ว โดยตั้งค่ากล้องถ่ายภาพที่ความละเอียดสูงสุดของกล้องที่ตัวเองมี สมัยนี้ก็ 5 ล้าน พิกเซลขึ้นไปหมดแล้วมั้ง
แล้วไม่เอาภาพมาครอปก่อนไปอัดภาพขนาด 4 x 6 นิ้ว ภาพของเรา ก็แทบจะยังคมชัด ไม่แตกแน่นอนจ้า

เพราะคุณภาพของภาพ  ไม่ได้อยู่ที่จำนวน DPI จ้า แต่จะอยู่ที่จำนวนพิกเซลแนวตั้ง x แนวนอน
งั้นเรามายกตัวอย่างให้เห็นภาพกันเลยเนาะ

1.เริ่มต้น ก็ เปิดภาพต้นฉบับที่เราจะเอาไปอัดภาพขึ้นมา
2.ไปที่เมนู Image >  Image size  จะปรากฎภาพนี้ขึ้นมา ตามรูป



- จะสังเกตเห็นว่า photoshop มันจะบอกขนาด pixel ด้านกว้าง กับด้านยาว ของไฟล์ต้นฉบับของเรามาให้ นั่นคือ
ภาพของผม กว้าง 4048 พิกเซล  สูง 3036 พิกเซล  โดย Resolution ภาพถ่ายของผมเป็น 72 dpi
ซึ่งกล้องบางตัว บางรุ่น เวลาถ่ายภาพเสร็จ แล้วเอามาดูด้วย photoshop แบบผม อาจจะได้ค่า ไม่เท่าผมก็ได้ บางกล้องอาจจะเป็น 150 dpi หรือ 96 dpi ก็มี
ซึ่ง 72 dpi ก็เพียงพอแล้ว ที่จะโชว์ตามเว็บไซต์ หรือโชว์ที่หน้าจอ

แต่ถ้าเราอยากรู้ว่าขนาดภาพที่เราถ่ายมานี้ เอาไปอัดภาพขนาดสูงสุด ได้กี่นิ้ว x กี่นิ้ว เราก็มีวิธีตรวจสอบดังนี้จ้า



เอาเครื่องหมายถูกหน้า Resample Image ออก
เลือก Resolution เป็น 300 dpi
เลือก width และ height ให้มีหน่วยเป็น นิ้ว  
อย่างภาพของผม ที่ถ่ายมาด้วยขนาด 4 : 3 มาจะได้ภาพที่เอาไปอัดได้ขนาดสูงสุดประมาณ 10 x 13 นิ้ว ที่ 300 dpi
เพราะว่ากล้องของผม มันถ่ายภาพได้แค่ 6 ล้านกว่าๆ เท่านั้นเอง
หากเป็นกล้องของเพื่อนๆ ที่ถ่ายภาพได้ 10 ล้าน 12 ล้าน ขึ้นไป ก็จะสามารถเอาภาพที่ถ่ายไปอัด ได้ภาพที่ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าผมแน่นอน เพราะมีค่า pixel มากกว่า

แล้วมีคนเขาพูดกันบอกต่อๆ กันมาว่า จริงๆแล้ว  300 dpi นั่นคือความละเอียดสูงสุดของเครื่องพิมพ์
เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องถึง 300 dpi ก็ได้ ถ้าเราอยากได้ภาพไซต์ที่ใหญ่ขึ้น เห็นเขาบอกกันมาว่า สัก 180 dpi ขึ้นไป ภาพก็ยังพอรับได้
เพราะฉะนั้น จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมเปลี่ยน ค่า จาก 300 dpi เป็น 180 dpi ดูตามภาพประกอบจ้า



ผมจะได้ภาพอัดขยายได้ที่ 16 x 22 นิ้ว เลยทีเดียว

อาจจะมีบางคน ที่ไม่มีโปรแกรม photoshop แล้ว เราจะรู้ค่า pixel กว้าง ยาว ของเราไหม ก็มีครับ
วิธีดูก็ตาม link นี้เลยจ้า  และเห็นค่า กว้าง ยาว จำนวนพิกเซล และค่า dpi ของภาพถ่ายเราด้วย
http://www.photonovice.com/forum/index.php?topic=17.0

แล้วที่นี่บางคนอาจจะงงว่า แล้วค่าจำนวนพิกเซลของภาพเรา เราจะอัดได้ที่ไซต์กี่นิ้วได้บ้าง
ก็ให้คิดง่ายๆ แค่ เอาขนาดภาพที่เราต้องการอัด คูณด้วยค่า DPI สูงสุด นั่นคือ 300  ดู
ยกตัวอย่างเช่น   ผมต้องการอัดภาพ ที่ 16 x 20 นิ้ว

เพราะฉะนั้น จะได้ค่าดังนี้  สูง 16*300 =  4800 pixel   และ กว้าง  20*300  = 6000 pixel
สรุป ถ้าต้องการพิมพ์ภาพ 16 x 20 นิ้ว ที่ 300 dpi ต้องมีภาพขนาดขั้นต่ำ 4800 x 6000 pixel
ซึ่งภาพของผมนั้นมีแค่ 3036 x 4048 pixel เท่านั้น ถ้าจะพิมพ์ภาพ 16 x 20 นิ้ว ที่ 300 dpi คงไม่ได้
 
วิธีการที่ผมจะได้ภาพขนาด 16 x 20 นิ้ว ก็คือ ลดค่า dpi ลงมาจากเดิมที่ 300 dpi มาเป็น 180 dpi จะได้ดังนี้
สูง 16*180 =  1880 pixel   และ กว้าง  20*180  = 3600 pixel
สรุป ถ้าต้องการพิมพ์ภาพ 16 x 20 นิ้ว ที่ 180 dpi ต้องมีภาพขนาดขั้นต่ำ 1880 x 3600 pixel
ซึ่งภาพของผมนั้นมี 3036 x 4048 pixel ซึ่งมีค่ากว้าง ยาว เกิน pixel ขั้นต่ำ ซึ่งเราก็สามารภพิมพ์ภาพออกมาได้ แต่คุณภาพของภาพที่ไซต์เดียวกันนี้ ความคมชัดจะสู้กล้องที่ถ่ายภาพด้วยพิกเซลเยอะๆ กว่าไม่ได้จ้า
 
แล้วทีนี่ หากภาพที่เราถ่ายมา มันจัดองค์ประกอบไม่ลงตัว เราจำเป็นต้องเอาภาพมาครอป เพื่อให้ได้ภาพที่ลงตัวสวยงามขึ้น
เพราะฉะนั้น ยิ่งเราครอปภาพจากต้นฉบับ เล็กลงมากเท่าไร  จำนวนพิกเซลในภาพก็จะน้อยลงตามด้วย(ลองทำกันดุนะ จะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น)
และเมื่อจำนวนพิกเซลน้อยลง ขนาดของไซต์ที่เราจะเอาไปอัดภาพ ใหญ่ๆ ก็จะลดน้อยลงตามไปด้วยจ้า
.
.
.
สรุป
1.พยายามถ่ายภาพที่ความจุสูงสุด เท่าที่กล้องตัวเองมี เช่น สูงสุด 12 ล้าน ก็ตั้งที่ 12 ล้าน นั่นแหละครับ  เผื่อเกิดชอบภาพนี้ แล้วอยากเอาไปอัดขยายติดกรอบใหญ่ๆ ก็ยังพอที่จะทำได้ ส่วน จะได้ไซต์ที่เราต้องการหรือไม่ เท่าไร นั้น ก็ตามสูตรที่ผมบอกไปคร่าวๆ
2.หากครอปภาพแล้วเอามาจัดองค์ประกอบใหม่ แล้วจะเอาไปอัดภาพ อย่าลืมดูว่าภาพที่ทำมีค่า pixel กว้าง ยาว พอที่จะเอาไปอัดภาพขนาดไซต์ที่เราต้องการได้ไหม
3.ภาพจัมโบ้ขนาด 4 x 6 ที่ชอบอัดภาพขนาดนี้กันบ่อยๆ มีความจำเป็นขั้นต่ำที่ 1200 x 1800 pixel เท่านั้นเอง  เพราะฉะนั้น ถ้าเราครอปภาพจากต้นฉบับของเรามาแล้ว ค่า pixel กว้าง ยาว มีค่าสูงกว่านี้เยอะๆ ก็ไม่ต้องกลัวที่จะอัดภาพนี้แล้วไฟล์ภาพแตกครับ  รับรองยังคงได้ภาพที่คมชัด ใส ไม่แตก ลอกแน่นอนจ้า
.
.
.
.
จบแล้วเด้อ  พยายามเขียนให้เข้าใจกันง่ายๆ นะจ้า...
เพราะผมสนใจ ด้านการพิมพ์ภาพถ่ายด้วยจ้า  
เพราะจริงๆแล้ว procress จบ ของภาพถ่ายจริงๆ แล้ว อยู่ที่การ print ภาพ ออกมาให้ได้ตามที่เราถ่ายมา
เพราะฉะนั้น ผมจะให้ความสำคัญ กับภาพพิมพ์ มากพอดูจ้า....
เพราะในกล้องเราถ่ายออกมาสวยยังไง แปะในเน็ต แล้วออกมาสวยงามเพียงใด
แต่พอเอามาถึง กระบวนการพิมพ์ภาพออกมา นี่ มันคนละเรื่องกันเลยนะครับ
บางภาพ พอเอาไปอัดภาพที่ร้านแล้ว ออกมาคนละเรื่องเลย เช่นได้ภาพที่มืดเกินไป สว่างเกินไป สีสดเกินไปก็มี
.
.
.
เพราะฉะนั้น ถ้าหากเพื่อนๆ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการพิมพ์ภาพมากขึ้น รับรองว่า ได้ภาพที่ถูกใจเรา เหมือนอย่างที่เราต้องการได้มากขึ้นแน่นอนจ้า....

dUvaIt:
เป็นอย่างนี้นี่เองขอบคุณครับ  :clap:

SagiTTariuS:
เก็บๆๆๆๆ ขอบคุณครับ...

plycool:
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับผม          :wonderful:

MONKEY-D-LUFFY:
 :arkkk: โอ้ววว กระจ่างศาสตร์ไปเลย เหมือนหงายของที่คว่ำให้เห็นข้างใน อธิบายได้ชัดเจนแจ่มแจ้งมากเลยครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป